𝐉𝐞𝐬𝐮𝐬’ 𝐁𝐢𝐫𝐭𝐡𝐝𝐚𝐲 – 𝐏𝐚𝐫𝐭 𝟏 – 𝐏𝐫𝐞𝐥𝐢𝐦𝐢𝐧𝐚𝐫𝐲

ผมอยากให้เราลองนึกชื่อบุคคลสำคัญในยุคก่อนคริสตศักราช เช่น

อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great ~ 350 กคศ), ฟาโรห์ตุตันคาเมน (Pharaoh Tutankhamun ~ 1300 กคศ), จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar ~ 60 กคศ), คลีโอพัตรา (Cleopatra ~ 60 กคศ), พระเจ้าอโศกมหาราช (Ashoka the Great ~ 250 กคศ), ขงจื้อ (Confucius ~ 500 กคศ) รวมไปถึงศาสดาของทั้งสองศาสนาหลัก พระพุทธเจ้า (Gautam Buddha ~ 450 กคศ) และ พระเยซู (Jesus ~ 4 กคศ) ซึ่งจะพบว่า เราแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ “วันเกิด” ที่ชัดเจนของคนเหล่านี้เลย หรือแม้กระทั่ง “ปีเกิด” ก็ยังหาหลักฐานที่ระบุอย่างชัดเจนแทบไม่ได้เลย อะไรคือสาเหตุ?

*** คนไทยหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า วันเกิดของพระพุทธเจ้า ของแต่ละวัฒนธรรมไม่ตรงกัน

❤️

𝐈. ทำไมจึงยาก

𝐈. 𝐖𝐡𝐲 𝐃𝐢𝐟𝐟𝐢𝐜𝐮𝐥𝐭?

คนในยุคปัจจุบันมีความยากลำบากในการระบุวันเกิดของบุคคลสำคัญในอดีต ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น

𝟏. คนสมัยก่อน ให้ความสำคัญกับ “สิ่งที่ทำ” มากกว่า “ทำเมื่อไร” ดังนั้นหลักฐานส่วนใหญ่จึงบันทึกเกี่ยวกับ “ใคร + ทำอะไร + ที่ไหน + อย่างไร” มากกว่า “เมื่อไร”

𝟐. คนสมัยก่อน จะบันทึกเวลาเป็น “ช่วงของเวลา period of time” มากกว่า “จุดของเวลา point of time” เช่น “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์” จึงทำให้ยากในการระบุวันเวลาที่แน่นอน

𝟑. คนสมัยก่อน ให้ความสำคัญกับ “วันตาย” มากกว่า “วันเกิด” จึงนิยมบันทึกแค่วันตาย และไม่ค่อยบันทึกวันเกิด (ผมเดาว่า แม้กระทั่งอเล็กซานเดอร์มหาราช ก็ยังไม่น่าจะรู้วันเกิดของตัวเองด้วยซ้ำไป)

𝟒. ระบบปฏิทินมีความแตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม จึงหาข้อตกลงกันยาก

𝟓. มนุษย์เริ่มให้ความสำคัญกับวันเกิด เริ่มมีการเฉลิมฉลองวันเกิด ภายหลังจากที่ระบบปฏิทินมีความลงตัว (Gregorian Calendar)

𝟔. ระบบปฏิทินในอดีตเป็นแบบ Lunar Calendar หรือ Lunisolar Calendar ส่วนในปัจจุบัน เป็นระบบ Gregorian Calendar ซึ่งเป็นระบบ Solar Calendar จึงทำให้มีความยากลำบากในการคำนวณเปรียบเทียบเพื่อระบุวันที่แน่นอน

❤️

𝐈𝐈. วันเกิดของพระเยซู

𝐈𝐈. 𝐉𝐞𝐬𝐮𝐬’ 𝐁𝐢𝐫𝐭𝐡𝐝𝐚𝐲

พระเยซูเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับคริสตชน ดังนั้นจึงทำให้คริสตชนหลายคนสนใจ “ค้นหา” ว่าพระเยซูเกิดวันไหน แต่เนื่องจากเราแทบไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับวันเกิดของพระเยซูเลย (แม้กระทั่งพระคัมภีร์ก็ไบเบิลไม่ได้บันทึกเอาไว้) ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีที่สุดก็คือ การพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และหาจุดเชื่อมโยงเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปที่ดีที่สุด หรือ ที่เรียกว่าการใช้เหตุผลแบบจารนัย (Abduction reasoning) เท่าที่ผมอ่านเอกสารต่าง ๆ หลายชิ้น ผมอยากจะแบ่งกลุ่มนักวิชาการออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

𝟏. นักวิชาโปรเตสแตนต์

นักวิชาการกลุ่มนี้ให้น้ำหนักของพระคัมภีร์ไบเบิลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จึงพยายามดึงข้อมูลที่มีจากไบเบิลเท่านั้น และเห็นตรงกันว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ในไบเบิล วันเกิดของพระเยซูไม่น่าจะเป็นวันที่ “25 ธันวาคม” ด้วยเหตุผลหลัก ๆ 3 ประการ คือ

1.1 เด็กเลี้ยงแกะไม่น่าจะพาแกะออกมาตอนฤดูหนาว,

1.2 การทำสำมะโนประชากร (census) ไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงนั้น,

1.3 ช่วงเวลาเกิดของยอห์นสามารถคาดเดาวันเกิดของพระเยซูได้คร่าว ๆ

𝟐. นักวิชาการคาทอลิก

นักวิชาการกลุ่มนี้ให้น้ำหนักของงานเขียนของ Church Father เช่น Clement of Alexandria, Hippolytus of Rome, St. John Chrysostom, St. Augustine ที่ระบุว่า วันเกิดของพระเยซู คือ 25 ธันวาคม (หรือใกล้เคียง) ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานค้านแบบชัดเจน พวกเขาก็จะยืนว่าวันเกิดพระเยซูคือ 25 ธันวาคม

𝟑. นักวิชาการทั่วไป

นักวิชาการกลุ่มนี้ จะไม่เน้นสิ่งที่ถูกบันทึกในคัมภีร์ไบเบิล แต่จะพิจารณาในมุมมองของพัฒนาการทางศาสนาและสังคม จึงเชื่อมโยงวันคริสต์มาส กับวันสำคัญต่าง ๆ โดยนักวิชาการกลุ่มนี้มองว่าเป็นความพยายามของศาสนจักรที่จะพยายามกลืนวัฒนธรรมความเชื่อของ pagan เช่น

3.1 Saturnalia (วันเทศกาลเทพเจ้าดาวเสาร์) ซึ่งตรงกับวันที่ 17 ธันวาคม หรือ

3.2 Sol Invictus (the Unconquerable Sun) ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม

*** แนวคิดแบบที่ 3 เป็นแนวคิดที่ยังไม่เจอหลักฐานหรือเอกสารเชื่อมใด ๆ ดังนั้น คหสต ผมจึงให้น้ำหนักเป็นเพียงระดับ “ความคิดเห็นที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน” เท่านั้น แต่ตลกร้าย คือ ผมเห็นคริสตจักรโปรเตสแตนต์หลายแห่งเอาแนวคิดที่ 3 ไปสอนกันในคริสตจักร ราวกับว่าเป็นข้อเท็จจริง

❤️

ในครั้งต่อไปผมจะลงรายละเอียดของแนวคิดต่าง ๆ และนำเสนอข้อสนับสนุน และ ข้อโต้แย้ง ของนักวิชาการแต่ละฝ่าย เพื่อให้ผู้อ่านพิจารณาเองว่าเหตุผลของกลุ่มไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน

ใส่ความเห็น

ดร.อาณัติ เป้าทอง

“แต่ในใจของพวกท่าน

จงเคารพนับถือพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า

จงเตรียมพร้อมเสมอ ที่จะ “Apologia” กับทุกคน

ที่ขอทราบเหตุผลเกี่ยวกับความหวังของพวกท่าน”
1 เปโตร 3:15