𝐀𝐧𝐬𝐰𝐞𝐫𝐢𝐧𝐠 𝐉𝐞𝐬𝐮𝐬 𝐢𝐬 𝐆𝐨𝐝 𝐏𝐚𝐫𝐭 𝟏 – 𝐈𝐦𝐚𝐠𝐞 𝐨𝐟 𝐆𝐨𝐝
ในสมัยมัธยมต้น ช่วงพักเที่ยงหลังจากกินข้าว ผมและเพื่อน ๆ ก็มักจะไปเตะฟุตบอลกัน แต่เนื่องจากเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเราก็มักจะเล่นเตะจุดโทษกัน โดยในตอนนั้นมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อสามารถ (หรือ ไอ้มาด) ที่เป็นผู้รักษาประตูที่คล่องแคล่วมาก ประมาณว่า ไอ้มาดป้องกันจุดโทษจากคนอื่น ๆ ได้บ่อยมาก แต่ผมสังเกตว่า ไอ้มาดมักจะขยับเท้าไปทางซ้ายก่อน และทิ้งตัวทางขวาของประตู ดังนั้นเมื่อถึงคิวที่ผมต้องยิง ผมก็เลือกยิงไปทางซ้ายของประตูแบบเน้น ๆ ไม่ต้องแรง และก็มักจะชนะไอ้มาดเสมอ ดังนั้นการที่เรารู้ล่วงหน้าว่าคู่ต่อสู้จะเล่นอย่างไร เราก็มักจะได้เปรียบเสมอ ในการสนทนากับคนต่างความเชื่อก็เช่นกัน หากเรารู้คำถามของเขาล่วงหน้าและเตรียมตัวทำการบ้านมาก่อน ก็จะทำให้เราตอบคำถามได้เป็นอย่างดี ครบถ้วน ซึ่งดีกว่า การตอบแบบสด ๆ มากนัก
ที่ผ่านมาผมได้นำเสนอเหตุผลที่ “สนับสนุน” ตรีเอกานุภาพมาพอสมควร ผมเชื่อว่าพี่น้องน่าจะได้ประโยชน์กันไปบ้าง และคิดว่าสมควรแก่เวลาที่เราควรมาพิจารณาคำถามและข้อโต้แย้งกันบ้าง ซึ่งเมื่อต้องพูดคุยเกี่ยวกับ ความเป็นพระเจ้าของพระเยซู จะมีชุดคำถามที่เจอบ่อย ๆ จากเพื่อน ๆ
A. ชาวมุสลิม เช่น
พระเจ้าตายไม่ได้,
พระเยซูไม่เคยพูดว่าเป็นพระเจ้าและนมัสการเรา,
เอลี เอลี ลามาสะบักธานี
B. ชาวยิว เช่น
พระเยซูไม่ได้มาจากสายกษัตริย์ดาวิด,
บางคำทำนายของพระเมสสิยาห์ยังไม่สำเร็จ
เนื่องจาก มุสลิมและยิว ไม่ได้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ ดังนั้นแนวทางการตอบคำถามจึงจะเน้นไปที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์, หลักฐานภายนอก, การใช้เหตุผล และ อื่น ๆ ที่ไม่ใช่พันธสัญญาใหม่
*** เพื่อน ๆ ชาวพุทธ มักจะไม่โจมตีในด้านนี้
หรือหากเรามีโอกาสต้องพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่เชื่อพระคัมภีร์ไบเบิลเหมือนกัน แต่ไม่เชื่อตรีเอกานุภาพ เช่น ยูนิทาเรี่ยน (Unitarian), มอร์มอน (Mormon), พยานพระยะโฮวาห์ (Jehovah’s Witness), พระเยซูเท่านั้น (Jesus Only), สายฟ้าตะวันออก (Eastern Lightning) และ อื่น ๆ เราจะเจอคำถามอีกชุดหนึ่งที่ยากเช่นกัน และอาจจะยากมากกว่าเดิม เพราะว่า คนเหล่านี้มักจะมีการเตรียมตัวมาอย่างดีหรือถูกสอนมาอย่างดีในการโจมตีคริสเตียน โดยพวกเขาจะยกข้อความในพันธสัญญาใหม่มาเป็นชุด ๆ มาหักล้างความเป็นพระเจ้าของพระเยซู ซึ่งหากท่านไม่เคยได้ยินและไม่มีการเตรียมตัวมาล่วงหน้า ก็อาจจะทำให้ความเชื่อของเราสั่นคลอนได้
ผมจึงขอนำเสนอข้อพระคัมภีร์ยอดนิยมที่พวกเขาเหล่านั้นจะหยิบยกขึ้นมา โดยวันนี้จะนำเสนอเป็นตอนที่หนึ่ง และเป็นข้อพระคัมภีร์ที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยพอสมควร นั่นคือ พระธรรมโคโลสีบทที่ 1 ข้อ 15
“พระคริสต์ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้าผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา ทรงเป็นบุตรหัวปีเหนือทุกสิ่งที่ทรงสร้าง”
Who is the image of the invisible God, the firstborn of every creature (KJV)
ὅς ἐστιν εἰκὼν τοῦ θεοῦ τοῦ ἀοράτου πρωτότοκος πάσης κτίσεως
จุดโจมตี 𝐎𝐛𝐣𝐞𝐜𝐭𝐢𝐨𝐧 – พระเยซูเป็นเพียงพระฉายาของพระเจ้า
ลักษณะการโจมตีจะมีลักษณะประมาณว่า ในพระคัมภีร์เวลาที่กล่าวถึงพระบิดา ก็จะกล่าวแบบตรงไปตรงว่า “God” ไม่มีสักครั้งที่จะใช้คำว่า “image” ดังนั้นการที่พระเยซูถูกเรียกว่าเป็น “image of God” ย่อมแปลว่า
พระเยซูจึงแตกต่างจากพระเจ้า เพราะว่า image ย่อมแตกต่างจาก origin,
พระเยซูย่อมต่ำกวาพระเจ้า เพราะว่า image ย่อมด้อยค่ากว่า origin และ
พระเยซูย่อมไม่ใช่พระเจ้า เพราะว่า image ไม่ใช่ origin
*** พระคัมภีร์ข้อนี้ถูกใช้บ่อยเพราะว่าจะมีการโจมตีแบบชุด (combo) โดยคำว่า “บุตรหัวปี” ซึ่งผมจะกล่าวต่อไปในตอนที่ 2
การตอบแบบที่ 𝟏 – แตกต่างด้านบุคคล แต่ธรรมชาติเดียวกัน (𝐃𝐢𝐟𝐟𝐞𝐫𝐞𝐧𝐭 𝐩𝐞𝐫𝐬𝐨𝐧, 𝐛𝐮𝐭 𝐬𝐚𝐦𝐞 𝐧𝐚𝐭𝐮𝐫𝐞)
เนื่องจากจุดหลักของการโจมตีนี้ คือ คำว่า พระฉาย (Image) ถูกนิยามว่า เหมือน/คล้าย (similarity) ดังนั้นการตอบในแบบแรก จึงเป็นการยอมรับในนิยามข้างต้น โดยแนวทางการตอบจะเป็นดังนี้
ใช่ครับ “พระเยซูแตกต่างจากพระบิดา” โดยให้สังเกตว่าในภาษากรีกมีการใช้ article นำหน้าคำว่าพระเจ้า (τοῦ θεοῦ) ดังนั้นคำว่าพระเจ้าคำนี้จึงไม่ได้หมายถึง “คุณลักษณะของพระเจ้า” แต่หมายถึง พระเจ้าที่เป็นคำนาม และเป็นบุคคลจริง ๆ นั่นคือ “พระบิดา” นั่นเอง ดังนั้นการที่บอกว่า “พระเยซูแตกต่างจากพระบิดา” จึงไม่ได้ผิดอะไร และยอมรับได้ เพราะว่า “พระเยซูกับพระบิดาแตกต่างกันด้านบุคคล (Different person)” และ “แตกต่างกันด้านบทบาท (Different role)”
ใช่ครับ “พระเยซูเหมือนพระบิดา” เพราะว่าพระเยซูมีธรรมชาติพระเจ้า (Nature of God) เหมือนพระบิดา และเหมือนในระดับสมบูรณ์แบบเสียด้วย (perfect image) เพราะว่าพระเยซูมีความเป็นพระเจ้าที่ครบบริบูรณ์ (โคโลสี 2:9) ดังนั้นการที่บอกว่า “พระเยซูเหมือนพระบิดา” จึงไม่ได้ผิดอะไร และยอมรับได้เช่นกัน เพราะว่า “พระเยซูกับพระบิดามีธรรมชาติเดียวกัน (Same nature)”
การตอบแบบที่ 𝟐 – พระฉาย แปลว่า ตัวแทน (𝐈𝐦𝐚𝐠𝐞 𝐢𝐬 𝐫𝐞𝐩𝐫𝐞𝐬𝐞𝐧𝐭𝐚𝐭𝐢𝐯𝐞)
ในการตอบแบบที่ 2 จะเป็นการนำเสนอคำจำกัดความอีกอย่างของคำว่า image ให้คู่สนทนารับรู้ โดยนำเสนอว่า image of God หมายถึง ตัวแทนของพระเจ้า (representative of God) โดยแนวทางการตอบจะเป็นดังนี้
เนื่องจากคำว่าพระเจ้าถูกขยายด้วยคำว่า “ที่มองไม่เห็น (invisible, ἀοράτου)” ซึ่งเป็นการระบุว่า มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นพระบิดาได้ จึงทำให้พระเยซูที่รับสภาพมนุษย์ (Human nature) จึงเป็น “ตัวแทน” ของพระเจ้าที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้นั่นเอง
ในพระธรรมยอห์นบทที่ 14 ฟีลิปได้ถามพระเยซูว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอสำแดงพระบิดาให้พวกข้าพระองค์เห็น ก็พอใจข้าพระองค์แล้ว” และพระเยซูก็ตอบแบบเรียบง่ายว่า “ท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ? คนที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพระเยซูเป็นตัวแทนของพระบิดา เพื่อให้มนุษย์มองเห็น
เนื่องจากพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห์ที่พระคัมภีร์ได้สัญญาเอาไว้ เพื่อมาช่วยกู้มนุษย์ ดังนั้นจึงไม่ได้ผิดอะไร และยอมรับได้ที่จะบอกว่า “พระเยซูเป็นตัวแทนของพระบิดา”
หากอาจารย์เปาโลต้องการจะสื่อว่า “พระเยซูถูกสร้างให้เหมือนพระเจ้า” ควรใช้คำที่มีความหมายชัดเจนมากกว่า โดยควรใช้คำว่า Homoioma (G3667) ที่แปลว่า Likeness มากกว่าที่จะใช้คำว่า Eikon(G1504) ที่มีความหมายหลากหลายกว่า
Thayer’s Greek Lexicon สนับสนุนแนวทางนี้ โดยกล่าวว่า คำว่า Eikon(G1504) ทำหน้าที่เป็นคำตัวแทนที่มีความหมายเดียวกัน (Metonymy) เหมือนกับ การที่เราใช้คำว่า “แม่” ทดแทนคำว่า “มารดา”
การตอบแบบที่ 𝟑 – พระธรรมยอห์น 𝟏:𝟏 (𝐉𝐨𝐡𝐧 𝟏:𝟏)
เป็นเรื่องปกติที่เราจะใช้ข้อพระคัมภีร์ที่ชัดเจนมากกว่า ในการอธิบายข้อพระคัมภีร์ที่ไม่ชัดเจน ดังนั้นความเป็นพระเจ้าของพระเยซูถูกอธิบายอย่างชัดเจนด้วยพระธรรมยอห์น 1:1c “…และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า, and the Word was God, καὶ θεὸς ἦν ὁ λόγος” ซึ่งพี่น้องสามารถอ่านได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
𝐓𝐨 𝐛𝐞 𝐜𝐨𝐧𝐭𝐢𝐧𝐮𝐞𝐝 …


ใส่ความเห็น