𝐆𝐨𝐬𝐩𝐞𝐥 𝐨𝐟 𝐉𝐨𝐡𝐧 𝟏:𝟏 𝐏𝐚𝐫𝐭 𝟐

Ἐν ἀρχῇ ἦν ὁ λόγος καὶ ὁ λόγος ἦν πρὸς τὸν θεόν καὶ θεὸς ἦν ὁ λόγος

In the beginning was the Word, and the Word was with God, and the Word was God.

ในปฐมกาลพระวาทะทรงดำรงอยู่ และพระวาทะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า (TH2011)

ผมเข้าใจว่าคำศัพท์ที่ยอห์นเลือกใช้มีความสำคัญ และมีประเด็นที่ควรพูดถึงหลายจุด แต่ผมขอเน้นความหมายที่เกิดจากไวยกรณ์ภาษากรีกนะครับ อาจจะยากสักนิด แต่รับรองว่ามีประโยชน์ … มาเริ่มกัน

𝟏. 𝐈𝐧 𝐭𝐡𝐞 𝐛𝐞𝐠𝐢𝐧𝐧𝐢𝐧𝐠 𝐰𝐚𝐬 𝐭𝐡𝐞 𝐖𝐨𝐫𝐝 – Ἐν ἀρχῇ ἦν ὁ λόγος

แม้ว่าเราจะไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่า ทำไมผู้เขียนจึงใช้คำว่า “ในปฐมกาล Ἐν ἀρχῇ” แต่ข้อสรุปที่สมเหตุสมผลอย่างหนึ่งก็คือ ผู้เขียนต้องการจะเขียนให้คู่ขนานกับ ปฐมกาล 1:1 แม้ว่าจะมีประเด็นพอสมควรที่จะพูดถึงคำนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จุดที่ผมอยากให้พี่น้องสนใจ คือ ไวยากรณ์ด้านเวลาของประโยคนี้ โดยคำกริยาของประโยคนี้ คือ ἦν ที่เป็นการผันอยู่ในรูป imperfect tense ของคำว่า εἰμί (verb to be)

*** ในภาษากรีก Imperfect tense จะให้ความหมาย 2 ด้าน คือ (1) เป็นกริยาที่เกิดขึ้นในอดีต และ (2) เป็นกริยาที่ต่อเนื่อง (หรือทำซ้ำ)

ดังนั้นคำว่า “ดำรงอยู่” ของประโยคนี้จึงมีลักษณะที่มีความต่อเนื่องตั้งแต่อดีต (continuous action in the past) ซึ่งหมายความว่า Logos ดำรงอยู่ตั้งแต่ปฐมกาลและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และสอดคล้องกับพระคัมภีร์ข้ออื่น ๆ เช่น

ยอห์น 8:58 พระเยซูตรัสกับเขาว่า เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เราดำรงอยู่ก่อนอับราฮัมเกิด
โคโลสี 1:17 พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวง และสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นระเบียบอยู่โดยพระองค์
วิวรณ์ 1:17 … แต่พระองค์… แล้วตรัสว่า อย่ากลัวเลย เราเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย

ดังนั้นจากไวยกรณ์ด้านเวลาของประโยคนี้ จึงสามารถสรุปว่าผู้เขียนต้องการจะสื่อสารว่า Logos มีสภาพเหนือกาลเวลา (transcend time) และ ไม่ได้ถูกสร้าง (not be created)

𝟐. 𝐚𝐧𝐝 𝐭𝐡𝐞 𝐖𝐨𝐫𝐝 𝐰𝐚𝐬 𝐰𝐢𝐭𝐡 𝐆𝐨𝐝 – καὶ ὁ λόγος ἦν πρὸς τὸν θεόν

สำหรับประโยคที่สอง ผมคิดว่ามีไวยกรณ์ที่น่าสนใจอยู่ 3 จุด คือ
(1) การใช้ imperfect tense ซึ่งเป็นกริยาที่เกิดในอดีตแบบต่อเนื่อง ซึ่งผมได้กล่าวไปแล้ว
(2) ความหมายของคำบุพบท (Preposition) คำว่า πρὸς (pros) และ
(3) การใช้ article ของภาษากรีก (คล้าย ๆ กับ a, an, the ในภาษาอังกฤษ) ซึ่งผมจะเขียนในตอนต่อไป

ความหมายของคำว่า πρὸς (pros) จะแตกต่างออกไป โดยมีปัจจัยหลักอยู่ 2 อย่าง คือ (1) คำกริยาที่เกี่ยวข้อง และ (2) Case ของคำนามที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการจะแปลคำนี้ได้อย่างถูกต้อง เราต้องรู้จัก Case ในภาษากรีกกันก่อน

*** 𝐅𝐢𝐯𝐞 𝐂𝐚𝐬𝐞𝐬 ในภาษากรีก
ในภาษาไทย ความหมายของคำถูกกำหนดโดย “ตำแหน่ง” ของคำ เช่น ความหมายของ ฉันรักเธอ จะแตกต่างจาก เธอรักฉัน แต่สำหรับภาษากรีก ความหมายของคำจะถูกกำหนดโดย “case, gender, number, tense, person, mood และ voice” และคำเหล่านี้ก็จะผันรูปจากรากศัพท์ (root) ไปตามความหมายของประโยค

เมื่อพูดถึง Case ของคำนาม/สรรพนาม (เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ผมอยากเปรียบเทียบกับภาษาอังกฤษ คำว่า I, me, my, mine, myself ซึ่งรากศัพท์มาจากคำว่า “ฉัน” เหมือนกัน แต่จะผันรูปเมื่อทำหน้าที่แตกต่างกัน) แต่เนื่องจากบทความนี้ไม่ใช่ชั้นเรียนภาษากรีก ผมจึงขอเพียงแจกแจงและอธิบายหน้าที่คร่าวของ ทั้ง five cases ดังต่อไปนี้ Nominative Case (ประธาน), Genitive Case (ความเป็นเจ้าของ), Accusative Case (กรรมตรง), Vocative Case (กล่าวถึงโดยตรง) และ Dative Case (กรรมรอง)

*** 𝐓𝐡𝐚𝐲𝐞𝐫’𝐬 𝐆𝐫𝐞𝐞𝐤 𝐋𝐞𝐱𝐢𝐜𝐨𝐧 กล่าวถึงการแปลคำว่า πρὸς (pros) ผมขอสรุปคร่าว ๆ ไว้ดังนี้
1. Accusative case และ กริยาที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสถานที่, เวลา, ความคิด ก็จะแปลว่า to, toward, into, unto
2. Accusative case และ กริยา εἰμί (verb to be) ก็จะแปลว่า with
3. Dative case ก็จะแปลว่า at, near, near by
4. Genitive case ก็จะแปลว่า on the side of, pertain to

ซึ่งในพระธรรมยอห์นตอนนี้ คำว่า πρὸς (pros)
(1) มีคำกริยาเป็น ἦν ซึ่งเป็นการผันอยู่ในรูป imperfect tense ของคำว่า εἰμί (verb to be) และ
(2) มีคำนามเป็น τὸν θεόν ซึ่งเป็นการผันในรูปของ Accusative Case (กรรมตรง) ของคำว่า θεός

ดังนั้นคำแปลที่เหมาะสมของ πρὸς (pros) จึงเป็น with นั่นเอง ซึ่งสอดคล้องกับพระธรรมอื่น ๆ เช่น
มัทธิว 13:56 และน้องสาวก็อยู่กับเรา (πρὸς ἡμᾶς εἰσιν) มิใช่หรือ
มาระโก 9:19 พระองค์จึงตรัสแก่คนนั้นว่า โอ คนในยุคที่ขาดความเชื่อ เราจะต้องอยู่กับเจ้า (πρὸς ὑμᾶς ἔσομαι) นานเท่าใด
1 ยอห์น 1:2 … ชีวิตนั้นได้ดำรงอยู่กับพระบิดา (ἦν πρὸς τὸν πατέρα) และได้ปรากฏแก่เราทั้งหลาย

และเมื่อเรามั่นใจว่าคำว่า pros หมายถึง with เราก็จึงมั่นใจว่าผู้เขียนต้องการสื่อสารว่า Logos มีความสัมพันธ์กับ God (τὸν เป็น definite article จึงหมายถึงคำนามที่เป็นพระเจ้า) และเนื่องจากยอห์นเป็นชาวยิวที่มีพื้นฐานเป็น Monotheism จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเขียนความสัมพันธ์ของพระเจ้า 2 องค์ แต่สิ่งที่เขาจะสื่อถึง คือ ความสัมพันธ์ของ 2 บุคคล (two persons) ที่มีสภาพเหนือกาลเวลา (transcend time) เหมือนกัน (one being) ซึ่งเป็นข้อยืนยันหลักคิดของตรีเอกานุภาพนั่นเอง

*** การแปลคำนี้เป็นจุดสำคัญที่ต้องทำความเข้า เพราะว่า จะมี unitarian บางกลุ่มที่พยายามจะแปล pros ว่าเป็น toward และบางกลุ่มแปลว่า pertain to เพื่อปฏิเสธว่า Logos ไม่ใช่พระเยซูแต่เป็นเพียงลักษณะด้านหนึ่งของพระเจ้า ซึ่งข้อผิดพลาดของพวกเขา คือ กลุ่มที่ละเลย Case ก็จะแปลว่า pertain to ส่วนกลุ่มที่ละเลย คำกริยา ก็จะแปลว่า toward to ซึ่งผมจะลงรายละเอียดในตอนต่อ ๆ ไปนะครับ

𝐓𝐨 𝐛𝐞 𝐂𝐨𝐧𝐭𝐢𝐧𝐮𝐞𝐝 …

ใส่ความเห็น

ดร.อาณัติ เป้าทอง

“แต่ในใจของพวกท่าน

จงเคารพนับถือพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า

จงเตรียมพร้อมเสมอ ที่จะ “Apologia” กับทุกคน

ที่ขอทราบเหตุผลเกี่ยวกับความหวังของพวกท่าน”
1 เปโตร 3:15